ทำเว็บไซต์บริษัท ราคาเท่าไหร่ และเงินแต่ละบาทจ่ายไปกับอะไร
ราคาทำเว็บไซต์แยกตามประเภทงาน ตั้งแต่ Landing Page ฿15,000 เว็บไซต์องค์กร ฿55,000 ไปจนถึงเว็บแอปที่ประเมินตามขอบเขต พร้อมอธิบายว่าอะไรทำให้ราคาขึ้นลง และค่าใช้จ่ายรายปีที่ต้องเตรียมไว้
KengTech

คำถามแรกที่เกือบทุกคนถามก่อนจ้างทำเว็บไซต์คือ “ราคาเท่าไหร่” และคำตอบที่ได้บ่อยที่สุดคือ “แล้วแต่งาน” ซึ่งถูก แต่ไม่ช่วยให้ตั้งงบได้ บทความนี้จึงเปิดราคาจริงของเราให้ดู แล้วอธิบายว่าตัวเลขแต่ละตัวมาจากอะไร เพื่อให้คุณเอาไปเทียบกับใบเสนอราคาจากที่ไหนก็ได้
ราคาแยกตามประเภทเว็บไซต์
เว็บไซต์ส่วนใหญ่ของธุรกิจแบ่งได้เป็นสามแบบ ความต่างอยู่ที่จำนวนหน้า การแก้ไขเนื้อหาเอง และระบบที่ต้องทำงานเบื้องหลัง
| ประเภท | ราคาเริ่มต้น | ระยะเวลา | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| Landing Page | ฿15,000 | ภายใน 1 สัปดาห์ | โปรโมทสินค้าหรือบริการเดียว เริ่มต้นมีเว็บ |
| เว็บไซต์องค์กร | ฿55,000 | 3–4 สัปดาห์ | บริษัทที่ต้องการเว็บหลายหน้าและแก้เนื้อหาเองได้ |
| เว็บแอปและระบบธุรกิจ | ประเมินตามงาน | ประมาณ 2–4 เดือน | ระบบสมาชิก ระบบหลังบ้าน ERP งานเฉพาะทาง |
Landing Page — เริ่มต้น ฿15,000
เว็บหน้าเดียวไม่เกิน 8 ส่วน (Section) รองรับมือถือ มีฟอร์มติดต่อ ปรับ SEO พื้นฐาน แก้ไขงานได้ 2 ครั้ง และส่งมอบภายใน 1 สัปดาห์ เหมาะกับการเปิดตัวสินค้า ทำโฆษณาให้คนกดเข้ามา หรือธุรกิจที่ยังไม่เคยมีเว็บและอยากเริ่มจากสิ่งที่ใช้งานได้จริงก่อน
เว็บไซต์องค์กร — เริ่มต้น ฿55,000
ออกแบบได้สูงสุด 8 หน้า ไม่เกิน 12 ส่วนต่อหน้า มีระบบหลังบ้าน (CMS) ให้แก้ข้อความ รูป และเพิ่มหน้าเองได้ แก้ไขดีไซน์ได้ 3 ครั้ง ดูแลระบบฟรี 1 เดือนหลังส่งมอบ ใช้เวลา 3–4 สัปดาห์ ส่วนที่ทำให้ราคาต่างจาก Landing Page มากที่สุดคือระบบหลังบ้าน เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้คุณไม่ต้องจ้างใครทุกครั้งที่อยากเปลี่ยนรูปหรือเพิ่มข่าว
เว็บแอปและระบบธุรกิจ — ประเมินตามงาน
เมื่อเว็บต้องทำงานมากกว่าแสดงข้อมูล เช่น ให้ลูกค้าสมัครสมาชิก จองคิว ชำระเงิน หรือให้พนักงานใช้จัดการคลังสินค้าและงานขาย ราคาจะขึ้นกับจำนวนหน้าจอ ขั้นตอนการทำงาน และระบบภายนอกที่ต้องเชื่อมต่อ งานกลุ่มนี้ตั้งราคาตายตัวล่วงหน้าไม่ได้จริง เราจึงประเมินขอบเขตให้ก่อน แล้วแจ้งราคาเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน รายละเอียดของงานประเภทนี้ดูได้ที่หน้า รับทำเว็บไซต์ เว็บแอป แอปมือถือ และระบบ ERP
อะไรทำให้ราคาเว็บไซต์ขึ้นหรือลง
ถ้าได้ใบเสนอราคาสองใบที่ต่างกันมาก ส่วนใหญ่ไม่ได้ต่างที่ค่าแรงแต่ต่างที่ขอบเขตงาน ลองเทียบทีละข้อ
- จำนวนหน้าและจำนวนส่วนต่อหน้า — ทุกหน้าต้องออกแบบและเขียนโค้ดแยก ใบเสนอราคาที่ไม่ระบุจำนวนหน้าคือใบที่เปิดช่องให้เก็บเงินเพิ่มทีหลัง
- ระบบหลังบ้าน (CMS) — ถ้าต้องการแก้เนื้อหาเอง ต้องมีส่วนนี้ ถ้าไม่มี ทุกการแก้ไขคือการจ้างใหม่
- จำนวนรอบแก้ไข— ควรระบุเป็นตัวเลขตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ “แก้ได้จนพอใจ” ซึ่งฟังดีแต่มักจบด้วยการตีความไม่ตรงกัน
- การเชื่อมต่อระบบอื่น — เช่น ระบบชำระเงิน LINE หรือโปรแกรมบัญชี แต่ละจุดคืองานพัฒนาและทดสอบเพิ่ม
- ใครเป็นคนเตรียมเนื้อหา — ข้อความและรูปภาพ ถ้าให้ทีมพัฒนาเขียนหรือหาให้ ต้องคิดรวมไว้ในขอบเขตด้วย
ค่าใช้จ่ายที่ไม่อยู่ในค่าทำเว็บ
ค่าพัฒนาจ่ายครั้งเดียว แต่เว็บไซต์ทุกเว็บมีค่าใช้จ่ายรายปีอีกสองรายการ ที่ควรรู้ก่อนตั้งงบ
- โดเมน — ชื่อเว็บ เช่น yourcompany.com ต่ออายุทุกปี
- โฮสติ้ง — ที่เก็บเว็บให้คนเปิดได้ตลอดเวลา คิดเป็นรายปีหรือรายเดือนตามผู้ให้บริการ
สองรายการนี้เป็นค่าบริการของผู้ให้บริการ ไม่ใช่ค่าทำเว็บ ตัวเว็บไซต์ที่เราทำไม่มีค่ารายเดือน และคุณเป็นเจ้าของ 100% เราจดและตั้งค่าโดเมนกับโฮสติ้งให้ได้ หรือถ้ามีอยู่แล้วก็ใช้ของเดิมต่อได้ ที่สำคัญคือต้องจดในชื่อของคุณ ไม่ใช่ในชื่อบริษัทที่รับทำเว็บ
ถ้าอยากให้มีคนดูแลอัปเดตเนื้อหาและระบบหลังส่งมอบ ก็มีบริการดูแลรายเดือนแยกต่างหาก ซึ่งเป็นทางเลือก ไม่ใช่เงื่อนไข
ขอราคาให้แม่นตั้งแต่ครั้งแรก
ใบเสนอราคาจะแม่นเท่ากับข้อมูลที่ให้ไป ก่อนขอราคาจากที่ไหนก็ตาม ลองเตรียมสามอย่างนี้
- รายชื่อหน้าที่ต้องการ เช่น หน้าแรก เกี่ยวกับเรา บริการ ผลงาน ติดต่อ
- สิ่งที่อยากให้เว็บ “ทำได้” นอกจากแสดงข้อมูล เช่น ให้ลูกค้าจอง สั่งซื้อ หรือสมัครสมาชิก
- เว็บไซต์ตัวอย่างที่ชอบ และบอกได้ว่าชอบตรงไหน
แค่นี้ก็พอให้ประเมินได้ใกล้เคียงมาก ถ้ายังไม่แน่ใจว่าต้องการแบบไหน ดูตารางแพ็กเกจได้ที่ ราคารับทำเว็บไซต์ หรือ ส่งโจทย์มาให้เราประเมินฟรี เราตอบกลับพร้อมขอบเขตงานและราคาเป็นลายลักษณ์อักษร
อยากได้ราคาของงานคุณเอง?
เล่าโจทย์ให้เราฟัง ทีมงานประเมินขอบเขตงานและราคาเป็นลายลักษณ์อักษรให้ฟรี